วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557

เมื่อราคายางตกต่ำ เราจะอยู่ในวงการยางพาราต่อไปอย่างไร

     เมื่อสถานการณ์ราคายางตกต่ำขนาดนี้ จะอยู่ในวงการนี้ต่อไปอย่างไร เป็นคำถามที่ตอบยากมาก และผมเชื่อว่ามีหลายท่านเห็นหนทางในวิกฤตราคายางตกต่ำนี้เป็นโอกาส ซึ่งในความคิดเห็นส่วนตัวผมก็มองเห็นวิกฤตนี้เป็นโอกาสเช่นกัน





     เมื่อกล่าวถึงราคายาง ย่อมมองไปถึงประเภทยางแต่ละชนิดที่หลายฝ่ายนิยมผลิตไปขายกัน แต่ละพื้นที่แต่ละจังหวัดไม่เหมือนกัน ซึ่งจะแบ่งออกเป็น

1.น้ำยางสด 
2.ยางก้อนถ้วย เศษยาง ขี้ยาง
3.ยางเครพ ยางเครพรมควัน
4.ยางแผ่นดิบ ยางแผ่นรมควัน
5.ยางแท่ง
6.น้ำยางข้น60%

      มุมมองการทำการตลาดในวงการยางพารา สามารถแบ่งออกในการทำตลาดหลายช่องทาง กล่าวคือ

1.น้ำยางสด ได้จากชาวสวนยาง เจ้าของสวนยางโดยตรง เป็นขั้นตอนแรกและเบื้องต้นในการจัดจำหน่าย ตลาดที่รับซื้อ ได้แก่ เจ้าของสวนยางเอง(ผลิตยางแผ่นดิบเองเพื่อรอส่งตลาดอื่นต่อ) พ่อค้าคนกลาง สหกรณ์ชุมชน โรงงานผลิตน้ำยางข้น โรงงานแปรรูปน้ำยางสด 

2.ยางก้อนถ้วย เศษยาง ขี้ยาง ได้จากชาวสวนยางผลิตเป็นยางมีด หรือที่นิยมเรียกกันทั่วๆไป คือยางก้อนถ้วย ช่องทางการจัดจำหน่าย ได้แก่ เจ้าของสวนยางเอง(ผลิตเป็นยางแผ่นเครพเบื้องต้นเพื่อรอส่งตลาดอื่นต่อ) พ่อค้าคนกลาง สหกรณ์ชุมชน โรงงานยางแท่ง โรงงานผลิตยางล้อรถ 

3.ยางเครพ ยางเครพรมควัน ได้จากชาวสวนยางที่แปรรูปเอง หรือผู้ผลิตยางเครพเบื้องต้น ช่องทางการจัดจำหน่าย ได้แก่ โรงงานผลิตยางเครพ โรงอบรมควัน พ่อค้าคนกลาง สหกรณ์ โรงงานยางแท่ง โรงงานผลิตยางล้อรถ โรงงานผลิตพื้นรองเท้า โรงงานผลิตวัสดุก่อสร้าง

4.ยางแผ่นดิบ ยางแผ่นรมควัน ได้จากชาวสวนยางโดยตรง ช่องทางการจัดจำหน่าย ได้แก่ พ่อค้าคนกลาง สหกรณ์ชุมชน โรงงานอัดยางลูกขุน โรงงานผลิตยางล้อรถ 

5.ยางแท่ง ได้จากโรงงานแปรรูปยางแท่ง หรือ STR ช่องทางการจัดจำหน่าย ได้แก่ บริษัทเอเจนซี่เทรดดิ้ง โรงงานผลิตยางล้อรถภายในประเทศ ตลาดส่งออกไปต่างประเทศทั่วโลก

6.น้ำยางข้น60% ได้จากโรงงานผลิตน้ำยางข้นเท่านั้น ช่องทางการจัดจำหน่าย ได้แก่ บริษัทเอเจนซี่เทรดดิ้ง โรงงานแปรรูปเครื่องทางการแพทย์ โรงงานผลิตถุงมือยาง,ถุงยางอนามัย ส่งออกไปยังต่างประเทศทั่วโลกที่จำเป็นใช้วัตถุดิบชนิดนี้

       จากการจำแนกประเภทยางและตลาดส่งขาย มีทั้งเหมือนกันมีทั้งเกี่ยวข้องเกี่ยวเนื่องกันในวัตถุดิบแต่ละชนิด ก่อนจะเกิดวัตถุดิบประเภทต่างๆเกิดขึ้น ก็ต้องอาศัยพึ่งพาชาวสวนยางแทบทั้งสิ้น พูดง่ายๆก็ คือ ต้องอาศัยชาวสวนยาง 100% นั่นเอง

        เมื่อจำเป็นต้องนำวัตถุดิบมาจากต้นยางพารากับชาวสวนยางพารา 100% แบบนี้จะแก้ไขราคายางที่ตกต่ำได้อย่างไร ซึ่งก็เป็นคำถามที่ตอบยากเช่นเคย เพราะชาวสวนยางไม่มีทางเลือกของตัวเองมากพอรวมไปถึง ไม่สามารถเข้าถึงตลาดปลายทางได้เอง จึงเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกของชาวสวนยาง สวนยางไหนสามารถไปถึงได้ถือว่าคุณโชคดีแล้ว ผลกระทบต่อราคายางที่ตกต่ำก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู่้ที่มีตลาดถึงปลายแล้ว แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงชาวสวนยางส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถคุมเกมส์ราคายางที่ตกต่ำเองได้ เจอทั้งพ่อค้าคนกลาง โรงงานผลิตยางแท่ง กดคุณภาพยางให้ต่ำลง เพื่อผลกำไรของตัวเองทั้งสิ้น ซึ่งไม่ผิดเพราะการทำธุรกิจย่อมมีผลประโยชน์เกิดขึ้นเสมอจะมากจะน้อยก็อยู่ที่แต่ละคนทำ

         เมื่อช่องทางการจัดจำหน่ายของยางพารามีรูปแบบการส่งขายของตลาดแบบเดิมๆ ซ้ำๆทำให้ช่องว่างระหว่างเจ้าของสวนยางกับตลาดรับซื้อผลิตแปรรูปยิ่งห่างไกลกันออกไป ในที่นี้ผมหมายถึง สวนยาง--------->โรงงานผลิตยางล้อรถ โดยมีโรงงานยางแท่งเป็นผู้ทำส่งผ่านมือไปให้ปลายทางโรงงานผลิตยางล้อรถ โดยอิงราคาตามตลาดโลกเป็นหลัก ฉนั้นการจะทำให้ราคายางสูงขึ้นได้อยู่ในมือโรงงานยางแท่งนั่นเอง (ในระดับราคาตลาดกลางภายในประเทศ) แต่ ณ ปัจจุบันแย่ยิ่งกว่าที่กล่าวมาคือ ชาวสวนยางจะต้องผ่านมือพ่อคนคนกลาง หรือเทรดเดอร์เสียก่อน ถึงจะไปถึงโรงงานผลิตยางแท่ง ทำให้การกดราคา การบวกกำไรกันเป็นทอดๆ เลยทำให้ราคาที่ตกต่ำสุดไปอยู่กับชาวสวนยางนั่นเอง เจ้าของสวนยางมีผลกระทบต่อราคายางที่ตกต่ำ 100% เต็ม ส่วนเทรดเดอร์ทั้งหลายความเสี่ยงที่น้อยกว่า จะเสี่ยงแค่การเกร็งกำไรผิดพลาดเอง หรือการรับซื้อที่ได้ยางไม่มาตรฐานโดนยัดไส้มา ต่างฝ่ายก็พยายามทำให้ตนเองได้เปรียบกัน ส่วนโรงงานยางแท่งคุมเกมส์ราคาตลาดได้เบ็ดเสร็จที่สุด ตลาดโลกจะต่ำแค่ไหนจะขึ้นแค่ไหนขอมีเงินทุนซื้อหมุนเวียนเป็นพอ ผลกระทบต่อราคาตลาดก็ไม่ได้ทำให้โรงงานผลิตยางแท่งเจ็บตัวได้ ในห้วงเวลานี้ราคายางต่ำสุดในรอบ 10 กว่าปี โรงงานยางแท่งที่มีแต่การรับซื้อนำมาผลิตแล้วส่งออกความเสี่ยงน้อยสุด ณ ตอนนี้ แต่ถ้าเป็นโรงงานยางแท่งที่มีโครงการปลูกยางเองแล้วนำมาผลิตเองจะมีผลกระทบมากกว่า แต่ในทางกลับกันราคายางที่สูงขึ้นโรงงานยางแท่งที่ปลูกยางเองทำกำไรมหาศาลมากใช้เวลาคืนทุนในระยะเวลาสั้นๆ ทั้งๆที่ลงทุนไปเกือบ 1,000 ล้านบาท จากนั้นตลาดจะเป็นเช่นไรก็มีชัยเหนือกว่าโรงงานยางแท่งธรรมดาทั่วๆไป ที่กล่าวมาเป็นการแข่งขันตลาดบนของผู้มีเงินทุนมีหุ้นแข่งขันในเวทีระดับสากล แต่ทำอย่างไรให้ชาวสวนยางจะไปถึงเป้าหมายได้ เบื้องต้นแค่สวนยางเดียวมีสวนเล็กๆแค่คิดก็ไปยากแล้ว แต่ในเมื่อมีกลุ่มสหกรณ์ชุมชนเพื่อรวมกลุ่ม เพื่อเริ่มต้นก็พอที่จะเห็นหนทางแล้ว

          เมื่อกลุ่มชาวสวนยางที่มีสหกรณ์เป็นผู้บริหารดูแลในแต่ละชุมชน ต้องมองไปถึงตลาดต่อไปจะให้ถึงตลาดปลายให้ได้อย่างไร ปัจจุบันก็เริ่มมีทำมาแล้วแต่สุดท้ายสหกรณ์ก็ต้องโดนเทรดเดอร์ต่างชาติสกัดเรื่องราคาปลายทางอยู่ดี และเมื่อถามว่ารวมตัวกลุ่มสหกรณ์ต้องการส่งขายยางเครพตลาดส่งออกก็ลำบากจำเป็นต้องแปรรูปเป็นยางแท่งเสียก่อน เงินทุนสร้างโรงงานยางแท่งก็ไม่มี ไปจ้าง อสย.ผลิตราคาก็แพงเกินจริง เมื่อทำเป็นยางแท่งได้แล้วจะส่งออกก็ติดปัญหาเรื่องออเดอร์รับบ้างไม่รับบ้าง หรือถ้ารับปริมาณก็ทยอยส่ง ของก็ยังคงค้างสต๊อกเช่นเคย หนำซ้ำราคาตลาดโลกตกต้นทุนที่เคยซื้อมาแพงกว่า ยางค้างสต๊อกปล่อยสินค้ายากขึ้น มีโอกาสขาดทุนสูง สารพัดปัญหาที่กลุ่มสหกรณ์ต้องเจอ สรุปขายให้เทรดเดอร์ต่างชาติโดนกดราคาเหมือนเดิมครับ เมื่อสหกรณ์เจอปัญหานี้ก็อยู่ที่ชาวสวนยางรายเล็กไปถึงใหญ่ต้องช่วยกันแก้ไขกับสหกรณ์เช่นกัน ทั้งเรื่องให้เครดิต ทั้งเรื่องการฝากขาย การขายฝาก วิธีการต่างๆให้สหกรณ์มีผลกระทบน้อยที่สุดถ้าต้องการความยั่งยืน และเป้าหมายไปถึงตลาดปลายทางให้ได้

          ทีนี้มาดูมุมมองส่วนตัว จากเริ่มต้นของบทความได้พูดถึงเกี่ยวกับประเภทยางแต่ละชนิดในการจัดจำหน่าย เป็นเหตุผลหนึ่งที่ต้องการให้มองภาพการทำยางพารา ไม่จำเป็นต้องแปรรูปให้ถึงขนาดยางแท่ง ยางแผ่นรมควัน หรือน้ำยางข้น60% แต่ให้มองถึงช่วงระหว่างขั้นตอนการผลิตตอนกลางสามารถทำตลาดส่งออกได้หรือป่าว ผลดีการทำยางขายส่งออกระหว่างกลาง เช่น ยางแผ่นดิบที่ยังคงมีความชื้นอยู่ ยางแผ่นเครพสด ยางแผ่นเครพแห้ง สามารถทำการส่งออกได้เช่นเดียวกัน และสามารถเก็บสต๊อกไว้เมื่อมีออเดอร์การสั่งซื้อยางแท่ง STR20 ก็นำวัตถุดิบที่รอการจัดจำหน่ายมาขึ้นผลิตเมื่อมีออเดอร์สั่งซื้อ STR20 ที่แน่นอน เมื่อถามถึงตลาดยางแผ่นดิบ และยางแผ่นเครพ มีหรือเปล่าซึ่งตอบได้ทันทีว่ามี ตลาดนี้อยู่ในมือแล้ว ได้แก่

1.ภายในประเทศไทย รับซื้อยางแผ่นเครพสด,แห้ง เพื่อนำไปอบรมควันส่งออกต่ออีกที (มีสัญญา)
2.ประเทศจีน รับซื้อยางแผ่นดิบ DRC 80%-85% ยางแผ่นเครพแห้ง DRC 90% ขึ้นไป (มีสัญญา)
3.ประเทศเกาหลีใต้ รับซื้อยางแผ่นเครพรมควัน (อยู่ระหว่างตกลงเรื่องสัญญา)
4.ประเทศมาเลเซีย รับซื้อยางแผ่นเครพรมควัน (สัญญาพ่วงจากส่งขายภายในไทยในข้อที่ 1)

         จากตลาดที่มีอยู่ให้สังเกตุตลาดขายยางแผ่นเครพรมควันให้ดี ก่อนการตัดสินใจจะขายตลาดเครพรมควัน ต้องขายผ่านภายในเสียก่อนคือ ยางแผ่นเครพสด,แห้ง เพื่อส่งออกไปต่อ เพราะเมื่อรมควันไปแล้วไม่สามารถย้อนกลับไปทำยางแท่งได้อีก ฉนั้นการที่จะสต๊อกสินค้าเพื่อรอการจัดจำหน่ายให้ทำในรูปของเครพสดเครพแห้งเป็นหลัก ส่วนยางแผ่นดิบให้กำหนดความชื้นที่ 15%-20% ส่งออกไปจีนทันทีเพื่อไปทำยางแท่งมาตรฐาน TSR9710

         จากที่แนะนำให้คงทำคุณภาพวัตถุดิบไว้ที่ตอนกลางของการผลิต เมื่อตลาดออเดอร์ยาง STR20 เข้ามาและทำสัญญาซื้อขายกัน ให้ทางกลุ่มชาวสวนยางหรือสหกรณ์นำวัตถุดิบขั้นกลางเข้าโรงงานรับจ้างผลิตยางแท่ง ตามปริมาณที่ลูกค้าได้สั่งในแต่ละครั้ง ซึ่งตลาดดังกล่าว ตอนนี้มีที่เดียว คือ ประเทศจีน เมื่อราคาเป็นที่ถูกใจทั้งผู้ขายและผู้ซื้อถึงจะเริ่มขั้นตอนการผลิตได้ในทันที

          บทความนี้พยายามจะหาช่องทางการทำการตลาดให้กับกลุ่มชาวสวนยางและสหกรณ์เป็นหลัก โดยต้องไม่โดนตัดทอนราคาจากพ่อค้าคนกลางหรือเทรดเดอร์ แต่ในเมื่อทางผมเองมีตลาดดังกล่าวจะยื่นตลาดนี้ให้อย่างไร นั่นก็คือรูปแบบการทำการตลาดแบบ Trading Management คือการบริหารการจัดการให้เจ้าของยางยิงตรงกับลูกค้ารับซื้อยางปลายทางเอง โดยเป็นรูปแบบบันทึกข้อตกลงกับทางเราเป็นลายลักษณ์อักษร ส่วนแบ่งทางการตลาดตามระเบียบกฏเกณฑ์ถูกต้องสมน้ำสมเนื้อในทุกๆครั้งไป 

          บทสรุปของบทความนี้คือ ชี้ช่องทางการจัดจำหน่าย ว่าในสถานการณ์ราคายางในขณะนี้ควรที่จะทำยางชนิดไหนส่งขายกันดี มีช่องทางการขายได้หลายรูปแบบ แต่ต้องวางแผนการทำวัตถุดิบต้องให้ได้คุณภาพและต้องสามารถเลือกที่จะจัดจำหน่ายได้ทั้ง วัตถุดิบเบื้องต้น และวัตถุดิบสำเร็จรูป เพื่อไม่เสียโอกาสช่องทางการตลาดในทุกๆช่อง ยังคงมีวิธีการทำการตลาดที่มากมายกว่านี้ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ทั้งหมด จึงขอสงวนไว้ให้กับลูกค้าที่สนใจการทำการตลาดของเราเท่านั้น


ผู้แชร์ประสบการณ์

บริษัท เอ็น โอเค พลัส จำกัด

โดย นายธนากร พลแดง

Tel : 0803883029

ID Line : nokrubberland

E-mail : marketing.nokplus@gmail.com
          

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ภาค 2 การแปรรูปยางแผ่นเครพ เพิ่มมูลค่าการขายได้จริงหรือ!!!!!

ยางแผ่นเครพทดสอบรีด 12 รอบความบาง
ยางแผ่นเครพทดสอบรีด 7 รอบความละเอียด

ยางแผ่นเครพที่สะอาด มาตรฐานส่งออก เป็นสิ่งที่โรงงาน STR20 ในไทยก็ต้องการเช่นกัน

                           จาก ภาค 1 การแปรรูปยางแผ่นเครพ เพิ่มมูลค่าการขายได้จริงหรือ!!!!! หลังจากทราบข้อมูลถึงวิธีการต่างๆในการส่งยางให้กับทางโรงงานผลิตยางแท่ง ว่ามีอุปสรรคหลายอย่างที่ทำให้เราโดนทางโรงงานผลิตยางแท่งกดราคา โดยมีการกำหนดรับซื้อยางเครพตากแห้งได้ไม่เกิน 85% บ้าง 88% บ้างแตกต่างกันออกไป ต่อให้ตากให้แห้งมากถึง 90% ขึ้นไปคุณก็สามารถขายได้แค่ไม่เกิน 88% ทีนี้บทความภาค 2 นี้ขอพูดถึงต้นตอทำไมโรงงานผลิตยางแท่งจึงใช้วิธีกดค่า DRC เราและทำไมจึงไม่นำยางเราเข้าห้องแล็บตรวจค่า DRC จากข้อมูลดังกล่าวผมได้ไปศึกษากรณีนี้กับทางโรงงานผลิตยางแท่งได้ความว่า จุดเริ่มต้นตั้งแต่มีวัตถุดิบประเภทยางแผ่นเครพเริ่มมาจากการส่งยางแผ่นเครพสดๆ 1-5 วัน เพื่อความรวดเร็วจึงกำหนดสเป็กการรับซื้อค่า DRC เป็นรายวันขึ้นมา และมาตรฐานการผลิตยางแผ่นเครพในไทยแทบไม่มีคุณภาพกันมากขึ้นทุกวันๆ ยางก้อนถ้วยที่จะนำมารีดเป็นแผ่นยางเครพก็สำคัญ ถ้าได้ยางก้อนถ้วยที่ผลิตเป็นถ้วยมาแล้วในวันแรกสามารถนำมาผลิตได้เลย คุณภาพยางแผ่นเครพก็จะสูง ในทางกลับกันถ้ายางก้อนถ้วยเก็บเอาไว้เป็นเวลานาุนแล้วนำมารีดเป็นแผ่นเครพคุณภาพยางก็จะต่ำลงไป เนื่องจากโรงงานผลิตยางเครพส่วนใหญ่ในบ้านเราจะมีเพียง Creper Machine เท่านั้น แต่ไม่มี Slab Cutter คือเครื่องสับยางก้อนถ้วยให้เป็นชิ้นย่อยแล้วลงล้างทำความสะอาดก่อนเข้าเครื่องรีดยางเครพ การคลีนความสะอาดจึงไม่ดีพอถ้านำเข้าเครื่องรีดเครพเพียงตัวเดียว แต่นั้นไม่ได้หมายถึงว่าทุกที่ต้องมีเครื่อง Slab Cutter เครื่องเครพสามารถแก้ไขและทำให้ยางแผ่นเครพเรามีมาตรฐานที่สูงได้คือ

1.ยางก้อนถ้วยยิ่งใหม่ยิ่งดีให้นำเข้าเครื่องรีดยางเครพเลย
2.ลูกกลิ้งต้องมีมาตรฐานในการฉีกเนื้อยางที่ดี โดยลายดอกของลูกกลิ้งต้องมีความคมมากๆ
3.การฉีดน้ำบนตัวเครื่องเครพ น้ำต้องสะอาดและมีความแรงพอสมควรยิ่งแรงยิ่งดียางจะสะอาดขึ้นมาก
4.จำนวนรอบทีรีด จำเป็นอย่างยิ่งต้อง 8 รอบขึ้นไป จำนวนรอบยิ่งเยอะก็ยิ่งทำให้ยางบางและสะอาด


ความหมายของคำว่ายางเครพบาง คืออะไร ยางแผ่นเครพที่มีความบางทำให้การฉีกเนื้อจากยางก้อนถ้วยซ้ำๆหลายๆรอบทำให้สิ่งสกปรกในยางก้อนถ้วยถูกขจัดออกไปเรื่อยๆจากการรีดหลายๆรอบ และสิ่งสำคัญคือ ยางแผ่นบางตากให้แห้งได้เร็ว รอบจำหน่ายก็จะเร็วขึ้น รอบเดือนก็ได้ปริมาณที่สูงขึ้นเช่นกัน แต่ถ้ายางแผ่นหนาใช้เวลาตากนานรอบจำหน่ายช้า รอบเดือนปริมาณต่ำ กำไรก็น้อยลงไปตาม 

เมื่อทำยางแผ่นเครพที่บางแล้ว มีหลายคนบอกว่าทำหนาทำบางโรงงานรับซื้อเท่ากัน ตามจริงไม่เป็นเช่นนั้นครับ ยกตัวอย่างเช่น ยางแผ่นหนาได้น้ำหนักความชื้น ใช้เวลาตาก 15 วัน ค่า DRC 86% หรือคาดคะเนให้ได้ไม่เกิน 88% ตามที่โรงงานกำหนด ฉนั้นใน 1 เดือนคุณส่งขายได้ 2 รอบเท่านั้น แต่ถ้ายางแผ่นบางใช้เวลาตาก 7 วัน ค่า DRC 86% แต่ไม่เกิน 88% ตามที่โรงงานกำหนดเช่นกัน ฉนั้นใน 1 เดือนคุณส่งขายได้ 4 รอบ กำไรจะสูงขึ้นชัดเจน และสามารถทดแทนค่าไฟค่าน้ำในจำนวนรอบที่รีดที่สูงขึ้นได้เช่นกัน 

มาตรฐานโรงงานยางเครพในประเทศจีน

ผลิตยางเครพจากวัตถุดิบแตกต่างกันไม่ควรนำมาปนกันคุณภาพผลิตออกมาเป็นยางแท่งทั้ง TSR CV60,TSR9710


                     แต่เมื่อถามว่าโรงงานรับซื้อด้วยการตีตามจำนวนวันและสายตา จำนวนวันยางเครพหนา 15 วัน กับจำนวนวันยางเครพบาง 7 วัน สีของแผ่นยางเครพไม่ต่างอะไรกัน แต่สำคัญค่า DRC ในเนื้อยางแผ่นบางจะสูงกว่าเยอะแน่นอน และถ้าโรงงานที่รับซื้อไม่สนใจว่าจะบางหรือจะหนา คงเป็นไปไม่ได้ การทำตลาดส่งยางขายสิ่งที่จำเป็นที่สุดคือการขอนัดเจรจาการรับซื้อ ไม่ใช่การโทรศัพท์ไปถามว่ารับหรือป่าว ถ้ารับแล้วไปส่งก็จบ ขอให้ขายของได้ก็พอ นั่นหมายถึงคุณเสียเปรียบการค้าทางโรงงานแล้ว ขั้นตอนการตกลงรับซื้อยางอันดับแรกคือต้องนัดหมายผู้มีอำนาจให้ได้เสียก่อน สิ่งที่ต้องเตรียมและประเด็น คือ

1. ตัวอย่างยางแผ่นเครพตามจำนวนวันที่เราตาก ที่เราต้องการส่งขาย
2. รับประกันตัวอย่างยางที่นำไปต้องสเป็กตามนี้
3. เจรจาขั้นตอนการส่งขาย กำหนดตามสเป็กตัวอย่างได้กี่เปอร์เซ็นต์ หรือถ้าให้ดีมากๆขอเข้าห้องแล็บทุกครั้งที่ส่งมาขายเพื่อตรวจสอบค่า DRC จะแม่นขึ้นกว่ากำหนดตามสายตา
4. เมื่อตกลงกันได้แล้วต้องไม่มีการใช้เทคนิคในการเพิ่มน้ำหนักยาง และคุณภาพยางต้องเป็นไปตามที่ตกลง
5. กำหนดปริมาณที่ส่งขายโรงงานในแต่รอบ ในแต่ละเดือนให้ตรงตามที่ตกลงไว้ ทางโรงงานจะคำนวณการผลิตยางแท่งส่งออกได้ง่ายขึ้น และมีความแน่นอนของคุณภาพยางที่ดี
6. การชำระเงิน รับแบบไหน โอน เช็ค เงินสด
แห้งมากความชื้นเศษขาวๆเล็กๆ DRC 97%
แล็บตามความจริงความสะอาดผ่าน



ยางตาก 3 วันมาส่งขาย
แห้งบาง ผลแล็บออกมาผ่าน
แผ่นหนาขึ้นมาแต่ลายแผ่นยังคงเป็นเครพ



เศษขี้ยางมารีดตากแห้งบางจะออกมาดำคุณภาพออกเป็นแท่งก็ตกลงตามไปด้วย
แผ่นตากในร่มประมาณ 7 วัน
แผ่นตากในร่มไม่ตากแดดประมาณ 5 วัน



                      






                        ทางเราจะทราบถึงคุณภาพยางแผ่นเครพได้ดี เนื่องจากทำตลาดส่งออกยางประเภทยางแผ่นเครพมาโดยตรง และทราบถึงผลแล็บการนำวัตถุดิบประเภทไหนจำนวนกี่วันส่งออก หลายๆคนที่หันจากการทำยางแผ่นดิบ แผ่นรมควัน มาทำยางแผ่นเครพจากยางก้อนถ้วย เพราะง่ายกว่าเยอะ แต่ไม่ใช่ว่าจะละเลยคุณภาพยางแผ่นเครพ เพราะสารพัดเทคนิคในการส่งขาย หรือบางรายรีดเสร็จแล้วให้นำไปแช่น้ำก่อนขึ้นตาก หรือส่งขายเลยจะได้กำไรมากกว่า คุณอาจจะได้กำไรตามที่คุณคิดจริง แต่....ความยุติธรรม ความยั่งยืนยางแผ่นเครพก็จะไม่เกิดและโรงงานก็ต้องใช้วิธีกดค่า DRC ไว้ไม่ให้ขาดทุน บางรายรีดยางเครพไม่ฉีดน้ำทำความสะอาดคุณภาพยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ทุกวันนี้ยางแผ่นเครพบ้านเรา ไม่ได้ออกมาเป็นลายแผ่นเครพแล้ว เป็นเหมือนยางบดรีดน้ำออกเฉยๆแต่ความสกปรกยังคงมีอยู่อีกเยอะแยะ ฉนั้นการนำไปผลิตยาง STR20 ผลแล็บมันจะตรวจสอบอย่างละเอียดถ้าไม่ผ่านก็ต้องวนอนุกรมกลับมาเข้าเครื่องเครพตัวที่ 1 ของโรงงานยางแท่งอีกค่าใช้จ่ายค่าไฟก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย จึงเป็นที่มาของคำว่าโรงงานยางแท่งกดค่า DRC ถ้าไม่แก้ไขต้นทางก็คงไม่มีความยั่งยืนหรือความยุติธรรมเกิดขึ้นเลย 


ตัวอย่าง Certificate SVR10 ของเวียดนามที่ไทยก็จะเป็น STR20 ค่า Dirt Po PRI Moonney มีผลจากคุณภาพวัตถุดิบจากยางก้อนถ้วยและยางแผ่นเครพทั้งสิ้น

ยางแผ่นหนาเมื่อเก็บเข้าโกดังจะมีเชื้อโรคสิ่งสกปรกเพิ่มขึ้นมาคุณภาพไม่ผ่าน

ยางแผ่นหนาเก็บไว้นานๆจะเป็นก้อนแกะไม่ออกต้องใช้เครื่อง Slab Cutter ขนาดใหญ่สับเท่านั้น

โรงงานยางแท่งในไทยที่หาดใหญ่ ทำแผ่นเครพเช่นกันมีมาตรฐานผ่าน
เครื่องเครพแท้ของมาเลเซียให้ดูจากเกียร์ก็พอทราบ
ยางออกมาแห้งสีสม่ำเสมอกันสวยทุกแผ่น สะอาดทุกแผ่น
แยกตากราวเป็นรุ่นๆของวันที่รีดชัดเจนมีมาตรฐานระบบการจัดการ


          สุดท้ายนี้ต้องการให้โรงงานที่ทำยางเครพทำมาตรฐานยางแผ่นเครพให้เกิดและหันหน้าหาโอกาสเข้าไปประชุมนัดคุยกับโรงงานผลิตยางแท่งใกล้ๆพื้นที่ของท่านให้เกิดระบบการรับซื้อที่ยุติธรรมทั้งสองฝ่าย ไม่เช่นนั้นการแปรรูปยางเครพก็จะไม่เพิ่มมูลค่าได้ตามวัตถุประสงค์และสุดท้ายก็จะไม่ต่างอะไรกับขายยางก้อนถ้วยนั่นเอง

www.facebook.com/noel.kaham

ผู้แชร์ประสบการณ์

N OK PLUS Co.,Ltd.

Tel : 080 3883029

Line ID : nokrubberland

E-mail : marketing.nokplus@gmail.com




วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ภาค 1 การแปรรูปยางแผ่นเครพ เพิ่มมูลค่าการขายได้จริงหรือ!!!!!

การรีดยางแผ่นเครพ เพิ่มมูลค่ายางได้จริงหรือ


                 บทความนี้ทำขึ้นมาเนื่องจากได้มีการถกเถียงกันเป็นวงกว้างว่า การลงทุนทำโรงงานรีดยางเครพ แปรรูปจาก ยางก้อนถ้วยให้เป็นยางแผ่นเครพ ยังสามารถเพิ่มมูลค่าในการขายได้เหมือนช่วงแรกๆหรือ ป่าว บทความนี้จึงทำขึ้นมาเพื่อช่วยกันเสนอความคิดเห็นแง่คิดให้กับหลายๆฝ่ายที่กำลังตัดสินใจจะลงทุนทำโรงงานผลิตยางเครพกันอยู่ หรือว่าทำขายยางก้อนถ้วยง่ายๆ ไม่ต้องเปลืองแรงหรือเปลืองค่าไฟในการผลิต แต่ปัญหามันติดขัดที่อยู่ตรงไหน ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นส่วนตัวตามนี้นะครับ

ยางก้อนถ้วยแห้งDRC 73% ไม่เกิน
ยางแผ่นเครป DRC 97% 

               
      VS





                     
                      อย่างที่ทราบกันดีว่า ยางก้อนถ้วย วิธีการทำยางถ้วย สามารถผลิตออกมาได้ง่ายกว่าการทำยางชนิดอื่นๆ เดิมทีก็นำยางถ้วยนี้บรรทุกขนกันไปส่งขายที่โรงงานยางแท่งในพื้นที่ใกล้เคียงต่างๆ จากนั้นโรงงานรับซื้อยางก้อนถ้วย ด้วยการตีเปอร์เซ็นต์ยางหรือค่า DRC จากยางที่มาส่งด้วยการตีค่า DRC ด้วยสายตา โดยวิเคราะห์จากจำนวนมีดที่กรีด วันที่ค้างคืน กำหนดกันเป็นสเป็กๆเลยว่า ยางมีดเท่านี้ ค้างคืนเท่านี้รับซื้อในราคาเท่าไหร่ นั้นคือ วิธีการของพ่อค้าคนกลางมาซื้อ แต่ไม่เหมาะสมเป็นวิธีการของโรงงานยางแท่งจะรับซื้อด้วยวิธีนี้ ไม่สมราคาการเป็นโรงงานยางแท่งซักเท่าไหร่ มีทั้งไลน์ผลิตที่ใหญ่ และห้องแล็บวิจัยชนิดของยางและรวมไปถึงตรวจค่า DRC ได้ด้วย เครื่องมือพร้อมแต่ไม่นำมาใช้เพื่ออะไรกัน สาเหตุมาจากอะไร
ยางก้อนถ้วยเป็นชั้นๆไม่หยดกรดฟอร์มิคเจือจาง

               วิธีที่ตรวจสอบของโรงงานที่ดูมีเหตุมีผลมากขึ้นอีกระดับหนึ่งก็คือ การสุ่มยางจากลูกค้าที่เอามาส่งเป็นคันรถ (ไม่ให้เราเลือกเองด้วยนะเจ้าหน้าที่ต้องเลือกเองดูยุติธรรมสุดๆ) แล้วนำมารีดยางที่เครื่องเครพโดยการรีดฉีดน้ำ 5-6 รอบ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกออก แล้วปิดน้ำรีดอีก 5-6  รอบคือรีดแห้ง รวมแล้ว 10-12 รอบแล้วนำมาคำนวณตีเปอร์เซ็นต์ วิธีนี้ก็เอาเปรียบตามฟอร์ม

               วิธีต่อมา คือ โรงงานรับซื้อยางไม่ว่าจากชาวสวนหรือพ่อค้าคนกลางทั่วๆไป ก็มีการสุ่มเอายางก้อนถ้วยเข้าไปแล็บในห้องวิจัย บางที่ห้ามเข้าไปดูด้วยอีกต่างหาก (อยุติธรรมตามระเบียบเค้า) แต่ไม่เป็นที่นิยมกัน สาเหตุจากไม่อยากให้รู้ค่า DRC ที่แท้จริง และยางก้อนถ้วยเอาไปแล็บใช้เวลานานกว่าแล็บยางแผ่นเครพนิดหน่อย เท่านั้นครับ

ยางก้อนถ้วยผ่าออกมานับได้ 8 มีด 12 วัน


                 วิธีสุดท้ายของการนำยางก้อนถ้วย ตรวจค่า DRC คือนำยางเข้าผลิตเป็นยางแท่ง STR20 ออกมาทั้งหมด สำหรับผู้ที่มียางถ้วยส่งมาไม่เยอะไม่ค่อยมีใครอยากทำให้ ส่วนพ่อค้าคนกลางแบบเฉพาะกาล (รู้จักกับโรงงาน) จะนำเข้าผลิตไลน์ STR ให้ แต่ต้องเป็นลูกค้าขาประจำที่มีจำนวนยางเยอะๆในการส่งขายแต่ละรอบถึงคุ้มค่ากับการรอและผลิตให้ วิธีการแบบนี้คงต้องซี้กับโรงงานสุดๆ เท่าที่เห็นมายังไม่เคยเจอกับตาการหาค่า DRC ด้วยวิธีนี้ในเมืองไทย ถ้าผู้ใดมีกรุณาแจ้งด้วยครับ ถ้าไม่แจ้งก็หมกเม็ด กะเกิดคนเดียว

                  ฉนั้นการรับซื้อยางก้อนถ้วยของโรงงานยางแท่งจึงเป็นที่ชื่นชอบที่สุดเพราะสามารถกันและกดค่า DRC ได้เต็มที่ โดยใช้เหตุผลที่ว่า มีต้นทุน เช่น ค่าผลิต ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าขนส่ง ค่าเงินเดือนพนักงาน และที่สำคัญฮิตเป็นที่ติดปากคือ ยางคุณสกปรก ยิ่งถ้ายางก้อนถ้วยตากแห้งนานๆก็หาว่ายางคุณตายราคาตก สารพัดที่สรรหามาครับ สรุปเป็นใครๆก็ชอบกับการรับซื้อยางก้อนถ้วย ได้ใช้วิชามารง่ายกว่าโกงค่า DRC เห็นๆแบบมีอำนาจเงินรับซื้อถ้าขายก็ไม่ง้อซื้อ ผู้ที่ทำยางถ้วย จึงไม่มีทางเลือกกำเงินดีกว่า กำขี้ยางกลับบ้าน เลยส่งผลกระทบให้กับยางเครพทั้งทางตรงและทางอ้อมยังไงมาฟังต่อครับ

สุ่มเลือกยางถ้วยเข้าแล็บ
                  ยางเครพที่ใครหลายๆคน บอกกันมาตลอดว่าเพิ่มมูลค่าให้วัตถุดิบจากยางก้อนถ้วย ถามว่าจริงมั๊ย ผมกล้าฟันธงว่าเพิ่มได้จริง แต่ที่ทำไมคนทำโรงงานยางเครพทุกวันนี้ถึงบอกว่าขาดทุนกัน มันมีหลายปัจจัยที่ต้องมาช่วยกันวิเคราะห์ดังนี้


                  1. วิธีการรับซื้อยาง ก็คือการรับซื้อยางก้อนถ้วย ของผู้ผลิตยางเครพในพื้นที่ เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดและกระทบการทำยางเครพขายด้วย เพราะถ้าเกิดยางก้อนถ้วยในพื้นที่ กรีดยางจำนวนมีดที่ต่ำ หรือแค่ 2-3 มีดก็ทำให้ความชื้นในยางก้อนถ้วยสูง แต่ผู้ผลิตยางเครพกับไปซื้อยางก้อนถ้วยในราคาเท่ากับคนที่กรีดยาง 4-5 มีด เพราะอย่างลืมว่า การกรีดยางเค้ากรีด 2 วันพัก 1 วันเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งจำนวนมีดกรีดที่เยอะย่อมทำให้ค่า DRC ในยางถ้วยสูงตามไปด้วย และสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยคือ การหยดกรดฟอร์มิคเจือจาง ลงไปในแต่ละมีดก็สำคัญเหมือนกัน เพราะกรดฟอร์มิคจับยางให้แข็งเป็นตัวช่วยเร่งไล่น้ำกับความชื้นออกทุกๆครั้งในแต่ละมีดที่กรีด จึงเป็นปัจจัยหลักในการรับซื้อยางก้อนถ้วยมากๆ รวมไปถึงการตีเปอร์เซ็นต์ซื้อยางก้อนถ้วย ถ้าไม่แม่นด้วยสายตา ก็ใช้เครื่องเครพของเราให้เป็นประโยชน์สามารถหาค่า DRC เบื้องต้นได้ แต่ก็ไม่ชัวร์ 100% ก็ยังดีกว่าตีด้วยสายตาครับ
สุ่มยางคละๆกันไปตามความชื้น
               2. ความชื้น อย่างที่ทุกคนทราบกันดีการทำยางเครพช่วยไล่ความชื้นและน้ำในยางก้อนถ้วยออกมาในระดับหนึ่ง ที่แน่ๆ การทำแบบนี้ช่วยอะไรได้บ้าง คือ
               2.1 ช่วยให้เราทราบถึง % ยางหรือค่า DRC หลังจากรีดเป็นแผ่นเครพแล้วได้มากกว่ายางก้อนถ้วย โดยคาดคะเนง่ายขึ้น แต่ไม่ถึงกับชัวร์ 100%
               2.2 จากการรีดน้ำออกจากยางก้อนถ้วย คือ ช่วยในเรื่องค่าขนส่งในการส่งไปขายที่โรงงานแน่นอน 
               2.3 ช่วยทำให้ยางก้อนถ้วยเรา รีดออกมาเป็นแผ่นเครพ สะอาด ขจัดสิ่งสกปรกในเนื้อยางได้ดี และไม่ต้องโดนคนรับซื้อมาบ่นว่ายางสกปรก หรือไม่มีคุณภาพ
ยางก้นถังหรือยางเตาหู้ DRC ต่ำกว่ายางถ้วย
         
            ฉนั้นให้คำนวณเรื่องค่าขนส่ง จากการนำยางก้อนถ้วยที่ไปส่งขายโรงงานกับยางแผ่นเครพขนส่งไปขายโรงงานเช่นกันว่า แตกต่างกันเท่าไหร่ต่อกิโลกรัมแล้วนำมาเปรียบเทียบดูครับ
               
         
รถ 12 ล้อ@ลาวบรรทุกได้เต็มที่ 30 ตัน

         
         
ยางที่ผ่านการรีดร้อนและอบจากเตามาแล้ว


   

         

       
                     
              

         3. คุณภาพในการส่งขาย ยางแผ่นเครพย่อมมีคุณภาพที่สูงกว่ายางก้อนถ้วยแน่นอน จากการรีดยางก้อนถ้วยในระหว่างรีด ได้บีบและเค้นน้ำกรด เปลือกไม้ เศษดิน เศษทรายออกในเบื้องต้น ย่อมทำให้ยางแผ่นเครพมีมาตรฐานในการเป็นวัตถุดิบที่ดีกว่ายางก้อนถ้วย ตามหลักการราคาย่อมสูงกว่าแน่นอน (แต่ราคาน่าจะสูงขึ้น กลับไม่สูงตามที่คิดไว้เดี๋ยวผมจะอธิบายตอนท้ายๆ)


รถ 12 ล้อตู้คอนเทนเนอร์ในตัว บรรทุกได้เต็มพิกัด 30 ตัน
         4. ราคาซื้อราคาขาย หลายฝ่ายคงเข้าใจกันว่าราคายางก้อนถ้วย 100% ในตลาดกลางเป็นราคาที่รับซื้อทั้งยางก้อนถ้วยและยางแผ่นเครพ ซึ่งถูกต้องครับ แต่ทำไมจึงคิดกันว่าในเมื่อราคาเดียวกัน ราคาต้องเท่ากันซิ ทำยางก้อนถ้วยส่ง ก็ได้ราคายาง 100% เหมือนยางแผ่นเครพ แล้วจะทำยางแผ่นเครพไปทำไม เรื่องนี้ผมมีคำตอบให้ครับ
                   4.1 อย่างที่ทราบ อธิบายไปในข้อ 2.2 เรื่องค่าขนส่งมันย่อมต่างกันในเรื่องของผลกำไรอยู่แล้ว ยิ่งยางแผ่นเครพแห้งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้กำไรสูงขึ้นเท่านั้น เพราะบรรทุกความชื้นไปน้อยกว่ายางที่รีดใหม่และยางก้อนถ้วยที่มีความชื้นสูงมาก ส่วนใหญ่รีบรีดเครพแล้วรีดส่งขาย ผลกำไรก็จะสูงกว่ายางก้อนถ้วยนิดหน่อยเท่านั้น ในเรื่องของขนส่ง
                   4.2 จากเหตุผลในบทความนี้ตอนต้นๆ การนำยางก้อนถ้วยไปส่งขายที่โรงงานยางแท่งย่อมไม่ทราบถึงค่า DRC ที่แน่นอน แล้วคุณเชื่อมั่นได้ยังงัยว่าจะได้ราคายางก้อนถ้วย 100% ตามที่ประกาศไว้ ข้อนี้ยางแผ่นเครพ ได้เปรียบกว่ายางก้อนถ้วยเห็นๆเวลาส่งขาย
ยางเครพเฉลี่ย 84%อบในผ้าใบเหนียวติดกัน
                   4.3 การส่งยางแผ่นเครพไปขาย วิธีการหาค่า DRC ยังทำได้ง่ายกว่ายางก้อนถ้วยและโรงงานจะช่วยแล็บแผ่นเครพให้เรามากกว่ายางถ้วยด้วย โดยการนำยางแผ่นเครพเข้าแล็บ นำไปรีดร้อนเข้าอบในเตา (ดูจากบทความที่แล้วตามลิงค์ http://rubbercrepe.blogspot.com/2014/06/blog-post_28.html ) ใช้เวลาในการหาค่า DRC 3-4 ชั่วโมง จะทราบค่า DRC ผลออกมาไม่ถึงกับชัวร์ 100% แต่ก็ใกล้เคียง ดีกว่าการนำยางก้อนถ้วยไปขายกว่าเป็นไหนๆ

เครื่องเครปรีดร้อน ใช้ความร้อนในการระเหยความชื้น
เข้าเตาอบในอุณหภูมิที่ 115 องศาตามมาตรฐานยางแท่ง
                        5. การวางระบบเงินหมุนเวียน คือ การรับซื้อ เข้าผลิต จำนวนวันตาก ส่งขาย วนกลับมารับซื้อ เข้าผลิต จำนวนวันตาก ส่งขาย ในระหว่างตากในแต่ละชุด จำเป็นต้องมีเงินทุนหมุนเวียนในการรับซื้อยางก้อนถ้วยสม่ำเสมอ กำหนดวันที่ตากให้ DRC สูงให้มากที่สุด (ขึ้นอยู่กำลังเงินหมุนเวียนของแต่ละคน)  และนำส่งไปขาย คำนวณระยะเวลาการขนส่งไปขายกี่วัน สรุปค่า DRC จากแผ่นเครพที่ขายเมื่อไหร่ รับเงินวันไหน จำเป็นอย่างยิ่งในการทำโรงงานยางเครพ เพราะจากประสบการณ์โรงงานเครพที่เวียงจันทน์ทราบถึงปัญหาการหมุนเวียนในการซื้อ ผลิต ขาย ถ้าไม่ดี ย่อมทำให้ปริมาณยางต่อเดือนและรายได้ไม่คงที่ และเนื่องจากราคาตลาดแต่ละวันไม่คงที่ด้วยแล้ว ยิ่งจะคอนโทนยากขึ้น

            6. ราคาตลาดยาง หลายคนอาจจะตั้งคำถามมาว่า ในเมื่อตากยางในระยะเวลานานๆแล้ว ทำให้เสี่ยงในการส่งขายในแต่ละรอบ เรื่องนี้มีทางแก้ของมันในเรื่องของการทำตลาดล่วงหน้า การล็อกราคากับโรงงานยางแท่ง ซึ่งเป็นเทคนิคของเฉพาะผู้ติดต่อการทำตลาดและส่งขายเข้าโรงงานยางแท่งเป็นขาประจำกันจึงจะสามารถทำการล็อกราคาได้ แต่ถ้าไม่อยากเสี่ยงในการตากยางแผ่นเครพไว้หลายๆวัน ก็สามารถส่งขายได้เลย แต่จะได้กำไรในส่วนของค่าขนส่งสูงกว่าการส่งยางก้อนถ้วยน้อยลงไปตามความชื้นที่มีอยู่

  
               นั้นก็คือเหตุผลที่ยางแผ่นเครพยังคงมีมูลค่าที่สูงกว่าการส่งขายยางก้อนถ้วย ถ้าคุณสามารถทำตามข้อ 1-4 ได้คุณจะเห็นความต่างของการทำยางก้อนถ้วยกับยางแผ่นเครพชัดเจน แต่ปัญหาอีกอย่างและหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย คือ โรงงานยางแท่งที่รับซื้อยางแผ่นเครพเราครับ อย่างที่ทราบกัน ราคาตลาดกลางมีบอก ราคาหน้าโรงงานก็บอกตามนั้นดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ อย่ามองแต่ราคายาง 100% แต่ละวันเป็นหลัก แต่ให้มองเรื่องค่า DRC จริงๆ (บางคนส่งยางเครพมาเป็นปียังไม่เคยรู้ค่า DRC ของตัวเองจริงๆซักครั้งจริงมั๊ยครับ) จากการส่งขายยางแผ่นเครพด้วย ว่า ตรงตามกับความเป็นจริงของยางแผ่นเครพเราจริงๆหรือเปล่า ถ้าโรงงานยางแท่งบริสุทธิ์ใจที่จะรับซื้อยางเครพในเปอร์เซ็นต์ยางเครพเราตามความเป็นจริงจะไม่เกิดปัญหา ที่ว่า ราคายางเครพ กับ ยางก้อนถ้วย กำไรไม่ต่างกัน เด็ดขาด การที่ทำให้ยางเครพมีปัญหาเรื่องราคาเพราะ การรับซื้อยางก้อนถ้วยมีโอกาสกดค่า DRC ได้ง่ายกว่ายางแผ่นเครพนั้นเอง อย่างที่บอก โรงงานผลิตยางแท่งใครๆก็ชอบครับ ยางก้อนถ้วยเพราะสามารถผลิตยาง STR ได้กำไรที่ดีกว่ารับซื้อยางวัตถุดิบอย่างยางแผ่นเครพเสียอีก จริงเท็จแค่ไหนก็สามารถดูจากราคาขายยางแท่งของแต่ละโรงงานมันแทบไม่เหลือเลย ราคาส่งขาย FOB ท่าเรือกรุงเทพในแต่ละวัน ห่างจากราคายางก้อนถ้วย 100% ไม่กี่บาท ง่ายๆคือความบาลานซ์ราคาวัตถุดิบกับราคาโปรดักส์ส่งออก ไม่บาลานซ์กันเห็นๆ จึงทำให้เราโดนกดค่า DRC อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ถ้าเกิดเป็นไปตามนี้จริง แล้วเราจะหาวิธีแก้ไขยังงัย เรื่องนี้คงต้องกลับไปแก้ไขกันดูในแต่ละพื้นที่เพราะกฎเกณฑ์ข้อระเบียบของแต่ละโรงงานยางแท่งในไทยไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเจอโรงงานเอกชนแต่ราคายาง 100% ต่ำกว่านิดหน่อยแต่ได้ค่า DRC ตามความเป็นจริงก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อยนะครับ

               
เข้าชั่งน้ำหนักที่โรงงานเอกชนจีน จงอูรับเบอร์ 

น้ำหนักที่ชั่งได้ปริ๊นออกมาเป็นเอกสารยืนยัน

เย็นมากแล้วคงลงไม่ทัน จอดเก็บไว้ก่อน

เอายางลงหมดแล้ว 2 คัน 50 ตัน DRC 86% ที่ขายได้ตามจริง

คันนี้ 28 ตัน DRC 83% ขนลงโกดังแถวชายแดนรอโควต้าจีนเปิด

ส่งโรงงานเอกชนจีนยูนนานรับเบอร์ 2 คัน เกือบ 60 ตันเครพ DRC 86%

อีกชิปเม้นส่งที่ โรงงานยูนนานเช่นกัน 28 ตัน DRC 86% 

ของลงโรงงานจงอูรับเบอร์คันที่ 3 รวม 78 ตัน DRC 87%

ส่งโรงงานยูนนานรับเบอร์ 26 ตัน DRC 89% 


**หมายเหตุ บทความนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์ทำลายชื่อเสียงโรงงานใด เพียงแค่ต้องการบ่งชี้หลักของการค้าเพื่อเสถียรภาพของราคายางพาราที่ถูกหลักวิธีการและเป็นการเสนอความคิดเห็นในทัศนคติส่วนตัวเท่านั้น**


สามารถติดตามประวัติการทำงานบริษัทและราคาตลาดเซี่ยงไฮ้ SHFE ได้ที่ Facebook 
www.facebook.com/noel.kaham

  ผู้แชร์ประสบการณ์   

N OK PLUS Co.,LTD.

Line ID : nokrubberland

Tel Thai : 080 3883029

Tel Laos : +856 20 59508555

Email : marketing.nokplus@gmail.com

Email : oatrmx@hotmail.com

วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2557

อนาคต เครพขาว สู่สินค้า ที่มีคุณภาพระดับสูง

เครพขาว

           หลายๆคนอาจจะรู้จักเครพขาว เป็นอย่างดีแล้ว เพราะก่อนจะมีเครพน้ำตาลที่ผลิตจากยางก้อนถ้วยทุกวันนี้ ได้มีวัตถุดิบประเภทเครพขาวมาก่อนนานแล้ว แต่ความต้องการของตลาดน้อยมากและนำไปทำอย่างอื่นแทนจึงไม่เป็นที่นิยมผลิตกัน เพราะอย่างที่ทราบกันดีเครพขาวผลิตมาจากน้ำยางสด หรือ ยางเต้าหู้ มาเข้าเครื่องเครพรีดออกมาเป็นแผ่น เหมือนเครพทั่วๆไปทุกประการ สุดท้ายยางเอาไปผลิตเป็นยางแท่งอะไรบ้าง เดี๋ยวผมยกตัวอย่างให้ดูแบบง่ายๆ

ยางก้อนถ้วย -------> ยางเครพน้ำตาล-------> ยางแท่ง STR20

ยางก้อนถ้วย
ยางแผ่นเครพน้ำตาล


                             





ยางแท่ง STR20
นำภาพถ่ายยางแท่งจากโรงงานที่จีนมาก่อนสีใกล้เคียงกัน ตามจริงจะคล้ำกว่านี้

น้ำยางสด,ยางเต้าหู้ -------> ยางเครพขาว-------> ยางแท่ง STR5 

น้ำยางสด
(ภาพจากอินเตอร์เน็ต)
ยางแผ่นเครพขาว
(ภาพจากอินเตอร์เน็ต)










ยางแท่ง STR5L,STR5
 ในรูปคือ STR5L (ทำจากน้ำยางสดโดยตรง) ถ้าทำจากยางเครพขาวจะเป็น STR5 สีคล้ำลงไปนิดหน่อย (ภาพจากอินเตอร์เน็ต)
             ปัจจุบันนี้โรงงานยางแท่งในประเทศไทย จะเป็นโรงงานที่ผลิตยางแท่ง STR20 กันเป็นส่วนใหญ่จึงมีความต้องการรับซื้อยางก้อนถ้วย และยางเครพน้ำตาลเป็นหลัก ทำให้ชาวสวนยางที่เปิดกรีดใหม่ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน ภาคเหนือ นิยมผลิตยางก้อนถ้วยขึ้นมา เพราะกำลังการซื้อยางจากโรงงานผลิตยางแท่งในไทยมีกำลังที่สามารถซื้อในปริมาณที่สูงได้เนื่องจากราคาที่ไม่สูงมากนักเมื่อเปรียบเทียบกับยางวัตถุดิบชนิดอื่นๆ ถ้าเรามองย้อนไปถึงสมัยก่อนชาวสวนยางส่วนใหญ่จะเริ่มต้นผลิตด้วยการทำยางแผ่นดิบ USS ยางแผ่นรมควัน RSS แต่เนื่องจากตลาดรับซื้อยางประเภทนี้เริ่มมีออเดอร์ส่งออกน้อยลงเรื่อยๆ บวกกับปริมาณยางภายในไทยสูงขึ้นทุกปี ทำให้การรับซื้อยางแผ่นดิบ แผ่นรมควัน ก็น้อยตามไปด้วย ปัจจุบันตลาดส่งออกที่รับซื้อยางแผ่นรมควันที่นิยมและได้ราคาดีๆก็จะเป็น ญึ่ปุ่น เกาหลี และจีน อีกทั้งการผลิตยางแผ่น USS RSS ต้องใช้ฝีมือพอสมควรในการผลิต เช่น ความสวยของแผ่น ความสะอาด ขนาดที่ได้มาตรฐาน และการอบรมควัน ก็ต้องใช้ความสามารถสูง ชาวสวนยางใหม่ๆยุคสมัยนี้จึงโฟกัสไปที่ยางก้อนถ้วยขายให้กับโรงงานยางแท่ง STR20 เป็นหลัก ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงงานผลิตยางแท่ง ย่อมเปิดการรับซื้อยางได้ไม่จำกัดจำนวนมีเท่าไหร่เอาหมด เพราะยางแท่งเบอร์ STR20 ก็เป็นยางที่ผู้ใช้ยางรายใหญ่ที่สุดในโลก คือ ประเทศจีน มีความต้องการสูงมาก จึงเกิดโรงงานยางแท่ง STR20 ขึ้นเยอะแยะในหลายๆปีที่ผ่านมา มีทั้งโรงงานยางแท่งที่ได้มาตรฐาน และขาดมาตรฐานหลายๆอย่างก็มี จึงทำให้ชาวสวนยางที่ผลิตยาง USS RSS หันมาผลิตยางก้อนถ้วยส่งเข้าโรงงานมากขึ้นทุกปีๆ

              เนื่องจากความง่ายในการทำยางก้อนถ้วย ผู้ส่งขายยางก้อนถ้วยก็ส่งขายไปตีเปอร์เซ็นต์ตามมีดที่กรีด วันที่ค้างคืน (ง่ายๆคือตีด้วยสายตา) ส่วนใหญ่จะเป็นพ่อค้าคนกลางเข้าซื้อนำไปส่งขายต่อที่โรงงานยางแท่งอีกที ทำให้การตีเปอร์เซ็นต์ในการซื้อจากชาวสวนยางไม่มีความยุติธรรมเกิดขึ้น เพราะตีเปอร์เซ็นต์จากสายตา ไม่มีห้องแล็บวิจัยค่า DRC ถึงแม้ว่าจะมีห้องแล็บก็สุ่มยางก้อนถ้วยไม่กี่ก้อนมาแล็บหาค่า DRC ก็ใช่ว่าจะแม่นทั้งหมดเพราะไม่ได้เช็คยางทั้งกองทั้งคันรถ ยกเว้นโรงงานยางแท่งไหน ยินยอมให้ขึ้นไลน์ผลิตออกมาเป็นยางแท่งทั้งหมดนั้นคือค่า DRC ที่แม่นยำที่สุด จึงมีการเปลี่ยนแปลงจากยางก้อนถ้วยได้พัฒนาแปรรูปมาเป็นยางแผ่นเครพนั้นเอง ทำให้การคำนวณค่า DRC ง่ายขึ้นทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

ตัวอย่างการสุ่มยางหาค่า DRC 

ยางก้อนถ้วยที่สุ่มมาจากยางทั้งกอง เลือก แห้ง กลาง เปียก เพื่อหาค่าเฉลี่ย DRC



 ยางแผ่นเครพทั้งแห้งทั้งเปียกนำชั่งน้ำหนักเพื่อตรวจสอบหาค่า  DRC 

นำยางก้อนถ้วยออกไปรีดเครื่องเครพ แล้วนำมาเข้าเครื่องรีดร้อนเพื่อบดระเหยความชื้นให้มากที่สุด ส่วนยางแผ่นเครพสามารถเข้าเครื่องรีดร้อนได้ทันทีเลย จนยางไล่ความชื้นออกให้มากที่สุด

หลังจากรีดร้อนให้แผ่นฉีกออกเป็นแผ่นบางๆ มากให้ที่สุด แล้วนำเข้าเตาอบ ออกจากเตาจากรูปด้านขวาบนยางยังสุกไม่หมดยังมีคราบความชื้นที่เป็นสีขาวๆ ปนอยู่ ต้องนำเข้าเตาอบต่อจำยางสุกทั้งหมด


ตัวอย่างยางที่อบจากเตาสุกทั้งหมดแล้ว นำมาชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบจากน้ำหนักยางก่อนเข้าแล็บ 

              จากขั้นตอนแล็บเพื่อตรวจหาค่า DRC ถ้ายางเหมือนกันทั้งกองหรือทั้งคันรถที่มาส่งก็ถือว่าการแล็บในครั้งนี้แม่นยำ แต่เป็นไปไม่ได้ที่ยางก้อนถ้วย รวมไปถึงยางแผ่นเครพจะมีความชื้นที่เท่ากันและสม่ำเสมอทั้งหมด จากการแล็บแค่ 2-5 กิโลกรัมนี้ทราบค่า DRC ได้แม่นยำแต่จะไปรวมว่ายางก้อนถ้วยและยางแผ่นเครพทั้งหมดจะออกมาเหมือนกัน โดยจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนได้ลองสุ่มตัวอย่างมาทั้งหมด 5 ชุด แต่ละชุดค่า DRC ไม่ตรงกันและบางชุดไม่เฉียดเปอร์เซ็นต์ไล่ๆกันเลย จึงสรุปได้ว่าเป็นการตรวจสอบหาค่า DRC ที่ไม่แม่นยำเลย ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่งจะได้เปรียบไม่ก็เสียเปรียบไปเลย แล้วการทำการค้าในระยะยาวๆก็คงไม่เกิด เพราะเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้วถึง 2 โรงงานใหญ่
           



                       ทีนี้มาพูดถึงยางแท่ง STR5 บ้าง โรงงานที่ผลิตยางแท่งใหญ่ๆจะมีไลน์ผลิตยางทั้ง STR20 กับ STR5 ด้วยจะเป็นโรงงานยางแท่งที่มีมาตรฐานระดับสากล ซึ่งถามว่าทางโรงงานยางแท่งนี้รับซื้อน้ำยางสด หรือเครพขาว หรือป่าว คำตอบคือ รับซื้อ แต่เป็นปริมาณที่น้อยมาก จะมีการสั่งซื้อเข้ามาผลิตเป็นยาง STR5L STR5 ก็ต่อเมื่อทางโรงงานมีออเดอร์การสั่งซื้อจากลูกค้าเท่านั้น จึงจะซื้อเข้ามาผลิต แต่โรงงานยางแท่งระดับนี้ส่วนใหญ่ในยุคนี้จะมีสวนยางเป็นของตัวเองบ้างแล้ว จึงไม่นิยมที่จะรับซื้อจากภายนอกเข้ามาอีก (ผมคงไม่ต้องยกตัวอย่างโรงงานไหนบ้างเพราะรู้ๆกันอยู่) จึงเป็นที่มาของคำว่าตลาดยางเครพขาวแคบนี้เอง และประการสำคัญทั้งปวงทำไมน้ำยางสดจึงไม่เป็นที่นิยมนำมาทำเครพขาว ต้องขออธิบายว่า ยางพารา หรือ Natural Rubber ยางธรรมชาติ ไม่ใช่มีแต่ ยางแท่ง ยางแผ่นดิบ ยางแผ่นรมควัน แต่ยังมียางอีกประเภทเกิดขึ้นมา คือ น้ำยางข้น ที่มีความต้องการในตลาดมากเช่นกันจึงทำให้น้ำยางสดในบ้านเราหันไปผลิตเป็นน้ำยางข้น 60% ซึ่งเอาไปแปรรูปเป็น ถุงมือทางการแพทย์ ถุงยางอนามัย จุกนมยาง และอื่นๆ อีกมากมาย แต่>>>>>น้ำยางสดที่นำมาผลิตเป็นน้ำยางข้น 60% ต้องมีน้ำยางสดที่ได้มาตรฐานซึ่งนั้นก็หมายถึง พันธุ์ยางที่ปลูก อายุต้นยางที่เปิดกรีดต้องไม่น้อยกว่า 5 ปีขึ้นไป หรือ  ต้นยางพาราที่เริ่มเปิดกรีดปีที่ 1 จนถึง ปีที่ 5 ยังไม่สามารถนำมาผลิตน้ำยางข้น 60% ได้มาตรฐานนั่นเอง แต่ก็ถือว่าโรงงานน้ำยางข้น 60% ก็ถือว่าเป็นในวงการยางที่ตอนนี้เริ่มแพร่หลายตั้งแต่ภาคใต้บ้านเราเป็นที่แรก (ซึ่งก็หลายปีแล้ว) เพราะได้แรงอิทธิพลตลาดรับซื้อน้ำยางข้นมาจากมาเลเซียนั่นเอง และนี้ก็เป็น 1 ในอนาคตของวงการยางพารา จากยางแผ่นสู่----->ก้อนถ้วย----->เครพน้ำตาล----->เครพขาว----->น้ำยางข้น



                  จากข้อมูลข้างบนได้อธิบายเกี่ยวกับ วิวัฒนาการของยางพารามาเป็นลำดับ แต่ที่สำคัญอื่นใดก็คือ ช่วงระยะเวลาไหนควรจำเป็นผลิตยางชนิดไหน ตลาดส่งขายแบบไหนที่คุ้มต่อการลงทุน และช่วงไหนตลาดโลกมีความต้องการยางอะไรมากน้อยเพียงใด จึงเป็นเรื่องของการตัดสินใจในการเริ่มเปลี่ยนแปลงรูปแบบผลิตยางไปตามตลาดโลกนั่นเอง

                    ผมได้คาดการณ์จากแนวทางการทำตลาดของตนเองที่ประเทศจีนมาซักระยะหนึ่งแล้ว เรื่องน้ำยางข้นจึงตัดออกไปเลย เพราะทางจีนยังมีความต้องการยางประเภทนี้น้อยมาก ส่วนใหญ่จะสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากน้ำยางข้นต้องนำเข้ามาจีนเสียมากกว่า แต่ตลาดยางพาราในจีน จะเน้นรับซื้อไปประเภทยางแท่งเบอร์ต่างๆ ยางแผ่นดิบ ยางแผ่นรมควัน และยางวัตถุดิบประเภทยางเครพน้ำตาล ยางเครพขาว เป็นต้น จึงได้นำมาเสนอราคา ตลาดรับซื้อยางในประเทศจีนมาเปิดเผยให้รู้ว่า เราสมควรที่จะทำยางอะไรต่อกันดี ในเมื่อ ยางเครพน้ำตาลกำไรไม่ต่างอะไรกับขายยางก้อนถ้วย ยางแท่งเบอร์ STR20 ราคาในตลาดโลกตกต่ำลงไปมาก ก็เลยทำให้เป็นผลพ่วงราคายางวัตถุดิบ ยางก้อนถ้วยและเครพน้ำตาล ตกต่ำตามไปด้วย

                    ผมจะยกตัวอย่างราคายางแท่งจากรูปภาพ จะมีราคายางแท่งของประเทศเพื่อนบ้านเราด้วยจะเห็นได้ว่าราคายางแท่ง STR20 บ้านเราแพงที่สุดและแพงกว่ามาเลเซียเสียด้วย


ราคารับซื้อยางที่จีนเซี่ยงไฮ้ CIF ท่าเรือชิงเต่า (ราคานี้ไม่ได้เสียภาษีนำเข้าเอง) ราคาเป็น USD

                 จากตารางราคายางตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม - วันที่ 20 มิถุนายน 2014 จะมีการสั่งซื้อยางเข้าของรัฐบาลจีนจากหลายประเทศ ได้แก่ STR20 (ไทย) SMR20 (มาเลย์) SIR20 (อินโด) SVR3L (เวียดนาม) RSS3 (ยางแผ่นรมควันคุณภาพชั้น 3) จะเห็นได้ว่าราคายางไทยจะสูงที่สุดในนี้ ส่วนของเวียดนามไม่มียางเบอร์ SVR20 จะมีต่ำสุดคือ SVR10 เท่านั้น แต่ความต้องการของโรงงานรัฐบาลจีนตอนนี้ที่ต้องการมีแค่ 5 รหัส ณ ตอนนี้ 

ยกตัวอย่างราคา STR20 ล่าสุด วันที่ 20 มิถุนายน 2014 ราคาคือ 1,775 USD/Ton 
Exchange Rate 1 USD = 32.478 บาท 

ราคารับซื้อ CIF ท่าเรือชิงเต่า = 1,775 ดอลล่าร์ = 57,648 บาท = 57.64 บาท/กิโลกรัม 
ราคาส่ง FOB ท่าเรือกรุงเทพ = 55.41 บาท/กิโลกรัม
ราคายางก้อนถ้วย 100% วันที่ 20 มิถุนายน = 51 บาท/กิโลกรัม

                  ฉนั้นเมื่อนำมาหักลบจะมีส่วนต่างอยู่ที่ 6.64 บาท/กิโลกรัม ซึ่งยังไม่ใช่กำไรสุทธิยังต้องนำมาหักค่าใช้จ่าย เช่น ค่าแรงงาน ค่าไฟฟ้าผลิตยางแท่ง ค่าขนส่งรถ ขนส่งเรือ ประกันภัย ค่าCess คงเป็นไปได้ยากที่จะมีกำไรเหลือ นอกเสียจากทางโรงงานยางแท่ง STR20 ไม่ได้ให้ราคายาง 100% ที่แท้จริงเท่าที่ประกาศในเว็บไซด์ ก็สารพัดเทคนิคที่ขุดกันขึ้นมาเรื่องกดค่า DRC นี้แหละครับ จึงทำให้มีกำไรเหลือพอที่จะส่งไปขายถึง CIF ได้ ถึงแม้จะส่ง FOB กทม. ก็ยังมีค่าไฟฟ้า แรงงาน ขนส่งรถไปท่าเรืออีก จึงไม่มีทางที่โรงงานยางแท่งจะรับซื้อยาง 100% ตามที่คาดไว้
                     
                   แต่ไม่ใช่ไม่มองถึงราคาขายตลาดล่วงหน้านะครับ ถ้าส่งแบบขายล่วงหน้า 1 เดือนขึ้นไป ก็สามารถทำได้ครับ แต่โรงงานดังกล่าวต้องมีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับลูกค้าโดยตรง และส่วนใหญ่จะเป็นโรงงานใหญ่ระดับมาตรฐานสากล เท่านั้นที่ทำการตลาดขายกันอยู่ทุกวันนี้ ตามออเดอร์ที่ทางจีนสั่ง ฉนั้นจะต้องมีโรงงานยางแท่งในไทยที่เป็นโรงงานเล็กๆทำขายต่อให้โรงงานใหญ่ หรือทำส่งออกเองแต่ราคาขายไปจีนก็ไม่สูงนักถ้าเทียบกับโรงงานใหญ่ๆ จากข้อมูลนี้ ถ้าถอยออกมามองภาพรวมๆ แล้วชาวสวนยาง พ่อค้าคนกลางทั่วไป และโรงงานผลิตเครพเล็กๆ จะเป็นผู้รับความเสี่ยงไว้แต่เพียงผู้เดียว เพราะโรงงานยางแท่งจะขาดพ่อค้าคนกลางบางรายไม่ได้ ยังต้องอาศัยปริมาณป้อนยางเข้าโรงงานและมีผลประโยชน์เอื้อต่อกันเสมอ จึงเป็นความได้เปรียบผู้ซื้อ แต่เสียเปรียบคือผู้ขายนั้นเอง 

ข้อมูลราคาขายของยางแท่งเบอร์ต่างๆปริมาณและราคาเป็นเงินหยวนต่อตัน ของโรงงานรัฐบาลจีนให้กับ บริจสโตน ฮันกุ๊ก โยโกฮาม่า เป็นต้น


                   มาถึงเป้าหมายหลัก ของผู้เขียนบทความนั่นก็คือการผลิตยางเครพขาว จากข้อความข้างบนไม่จำเป็นต้องไปหาตลาดขายให้เมื่อยตุ้ม หรือถ้ามีตลาดเองก็ยินดีด้วยครับ แต่ก่อนอื่นตอนนี้ทุกพื้นที่ตั้งแต่ภาคตะวันออก ภาคอีสาน ภาคกลางตอนบน และภาคเหนือ จะเป็นการผลิตยางก้อนถ้วยเป็นส่วนใหญ่ คงต้องอาศัย พาวเวอร์ เส้นสาย หรือสวนยางส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ และยอมรับการเปลี่ยนแปลงรับซื้อยาง จากยางก้อนถ้วยทยอยมาเป็นน้ำยางสดแทน เพราะการหาค่า DRC จากน้ำยางสดแม่นยำ และง่ายกว่าการซื้อขายยางก้อนถ้วย  ชาวสวนยางก็จะได้ขายยางจากต้นยางของตนเองคุ้มค่ากับที่เหนื่อยปลูก เหนื่อยกรีดยางมา และผู้ซื้อก็จะได้สบายใจในการซื้อว่าไม่โดนยัดไส้หรือตีเปอร์เซ็นต์ผิดพลาดทำให้ขาดทุนย่อยยับเช่นกัน การรับซื้อน้ำยางสดสามารถศึกษาได้จาก google ได้ครับ หรือว่างๆไปดูงานรับซื้อน้ำยางที่หาดใหญ่ ภาคใต้บ้านเรานี้เองก็ได้ (ผมแนะนำได้) 
                   
                    การรับซื้อน้ำยางสด รับซื้อทุกวันจ่ายเงินทุกวัน ส่วนผู้ขายกรีดยางทุกวันรับเงินทุกวันเช่นกัน และไม่ต้องกลัวว่าจะได้กำไรน้อยกว่าขายยางก้อนถ้วยไม่มีทางแน่นอน เพราะคุณได้ขาย DRC ของคุณตามความจริง ตามพันธุ์ยางที่คุณปลูกมานั่นเอง โดยตามหลักของน้ำยางสดแล้ว จะมีค่า DRC อยู่ในเกณฑ์ 28%-33% แล้วแต่สายพันธุ์ยางและจำนวนปีที่กรีด (รวมถึงปุ๋ยด้วยนะครับ) แต่เราจะไม่เดากันอีกต่อไปเหมือนการซื้อ-ขายยางก้อนถ้วยกัน เอาเข้าเตาอบไมโครเวฟเลย 1-2 นาทีทราบผลทันทีว่าได้กี่เปอร์เซ็นต์นำมาคูณกับราคายาง 100% ที่รับซื้อวันนั้นทันที ยุติธรรมกันทั้งสองฝ่าย ผู้รับซื้อนำมาผลิตเป็นเครพขาวสามารถคำนวณต้นทุน ค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้น ราคาขายปลายทางที่แน่นอน ความเสี่ยงในการลงทุนก็จะน้อยตามไปด้วย
                     
                     มาถึงหัวใจสำคัญของโครงการผลิตยางแผ่นเครพขาวกันแล้ว นั้นก็คือตลาดส่งขายสำหรับผู้ที่ยังไม่มีตลาดส่ง การริเริ่มในครั้งแรกเป็นอะไรที่ยากมากสำหรับผู้จะลงทุน เพราะการทำยางเครพขาวก่อนอื่นคุณต้องเข้าใจให้ดีๆว่า การขายยางส่งออกไปต่างประเทศมันจะต้องมีการเปิด LC ซึ่งการทำสัญญาซื้อขายประเภทนี้ ต้องเป็นสินค้าที่พร้อมนำไปผลิตแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น ยางล้อรถ เลยจึงสามารถทำสัญญาซื้อขายดังกล่าวได้ แต่ยางแผ่นเครพขาวนี้จัดอยู่ในกลุ่มยางวัตถุดิบนำไปเข้าขั้นตอนผลิตเพิ่มเติมเป็นยางแท่ง ฉนั้นการทำตลาดส่งออกยางประเภทวัตถุดิบ หรือเครพขาวนี้ จึงเป็นการส่งไปขายยังโรงงานยางแท่งเหมือนๆกับส่งยางภายในประเทศนั้นเอง แต่แตกต่างตรงที่ส่งออกไปขายยังต่างประเทศเองโดยตรง โดยยึดถือหลักสัญญาซื้อขายประเภทวัตถุดิบของบริษัทเราเป็นหลัก ในสัญญาระบุรับซื้อยางจากบริษัท N OK PLUS ทุกครั้งที่นำเข้าโรงงานรัฐบาลจีน ไม่มีตีกลับหรือราคาตกลงเมื่อล็อคราคาขายแล้ว จะยึดถือราคาสูงสุดให้กับลูกค้าที่ทำสัญญากับโรงงานเป็นอันดับแรก ถ้าผิดข้อตกลงดังกล่าวทางเราสามารถเรียกร้องค่าเสียหายในการนำยางไปส่งได้ทุกๆกรณี  

                        ทางบริษัทเรากำลังมองหานายทุนเพียง 1 รายเท่านั้น ที่สามารถทำโครงการผลิตยางเครพขาว ส่งออกไปขายรายแรก หรือรายเดียวในประเทศไทย โดยการให้ทางบริษัทเราเป็นฝ่ายการตลาดขายให้ รวมไปถึงให้คำปรึกษาการทำงาน ตั้งแต่ต้นจนจบขายปลายทาง โดยการส่งออกในปริมาณขั้นต่ำ 100 ตัน ต่อการส่งขาย 1 รอบ ซึ่งเป้าหมายเบี้องต้นคือ 500 ตันต่อเดือน จากปริมาณดังกล่าวใช้เงินทุนหมุนเวียนในการซื้อวัตถุดิบค่อนข้างสูงมาก ซึ่งต้องอาศัยผู้มีทุนทรัพย์เยอะ ที่สำคัญต้องสนใจอย่างจริงจัง มาร่วมผลักดันให้โครงการนี้สำเร็จและเป็นมาตรฐานการส่งออกยางประเภทวัตถุดิบกัน ทางบริษัทเราพร้อมทำสัญญาการเป็นฝ่ายการตลาดให้กับนายทุนอย่างสุดความสามารถ 

                         สำหรับรายย่อยที่จะร่วมโครงการนี้กับทางบริษัทเรา ก็สามารถทำได้เช่นกัน รวมหลายๆเจ้าก็เป็นปริมาณที่สูงพอควรในการส่งออกได้ ในครั้งแรกต่อให้ได้ปริมาณขั้นต่ำที่ 30 ตันก็สามารถส่งออกไปขายได้กำไรเช่นกัน ไม่ปิดกั้นและไม่มองข้ามสำหรับผู้สนใจแต่ทุนทรัพย์น้อย ยินดีที่จะร่วมโครงการนี้ทุกคนครับ 

รูปบรรยายกาศการทำงานเมื่อปี 2013@โรงงานรัฐบาลจีน

ทางเข้าโรงงานเห็นข้างในน่ามีสนามเตะบอล
หลังโรงงานผลิตช่องเก็บยางของใครของมัน
เก็บรายละเอียดยางตกหล่นทุกจุดก่อนเปลี่ยนผลิตยางของลูกค้ารายอื่น
กะบะใส่ยางก่อนเข้าอบซีกยางก้อนยางเครพ
ด้านหลังเตาอบสองเตาใหญ่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง



เตาอบอีกซีกสำหรับยางแท่งผลิตจากน้ำยางสด

รางเทน้ำยางสดเพื่อใส่กรดจับให้แข็งตัว
ทีมงานนั่งกลุ้มใจกับเชือกฟางที่สั่งห้ามมีเด็ดขาด



ปัญหาไม่ใช่แค่เชือกฟางยางอบอยู่ในผ้าใบคลุมกระบะเป็นเวลานานยางเหนียวติดกันเป็นตังเม 
โชคดีมีฝนช่วยทำให้ยางเอาลงง่ายขึ้นนิดหน่อย
กลายเป็นพ่อบ้านเก็บเชือกฟาง ^ ^


เอายางลงกะบะเตรียมเข้าเตาอบ

พี่ช้างยืนดูพนักงานเก็บเศษเชือกฟาง อย่างหล่อ
ยางกองนี้ส่งมาได้ยังงัยโคตรเน่าเลย





ยางเต้าหู้โดนรถเหยียบ คงไม่อยากเสียค่าบรรทุกแพงเลยเหยียบมาก่อน อิอิ

ยางสารพัดแหล่งที่มา แยกออกจากกันชัดเจน
ยางแห้งกับยางเปียกสุดท้ายได้ TSR20 เหมือนกัน



ความมหึมา Slab Cutter หยาบ เครื่องนี้ใหญ่จริงๆเห็นฟันสับแล้วคนหลุดเข้าไปมีหวังไม่เหลือ

พนักงานไม่เคยเจอยางแถวร้อนชื้นมันเหนียวอีหลี
นั่งรอนั่งนับกะบะแรกๆที่มากลัวกะบะยางหาย 555

กะที่ 3 เที่ยงคืนไปแล้ว ยังขยันนั่งรอสถิติที่ทำไว้ 48 ชม.ไม่หลับไม่นอน

ยางเครพเราเอามาทดสอบเข้าเครื่องดายน์
ยางกองไกลๆนู่น ยางสัญชาติลาว คั่กๆ



เข้าสู่กะเช้า วนมากะที่ 1 เป็นเวลาอยากกินโจ๊ก ปาท่องโก๋มาก หากินยากมั่กๆ

เจอพิษสงยางเหนียวๆจากลาวขอข้ามเครื่องสกรูเลย 55
ยางไม่กี่ก้อนหลังจากอบแล้วทำไมมันเหนียวจั่งซี่




อันนี้ชอบที่ซู้ดงานแรกจบ รีบเก็บเงินสดเลย อยากจะรู้ว่าโรงงานรัฐมีเงินสดอ่ะป่าว

นี่งัยเชือกฟางตัวปัญหาเกือบโดนหักเงิน แทบกราบเลย
ไลน์ผลิตแถวที่ 1 ยังมีข้างๆอีกแถวนะผลิตโคตรไวเลย


รถบรรทุกยางเครพจอดรอแถวชายแดน กลุ่มรถคนจีนขับ

นี่ก็เตรียมเข้าจีน กลุ่มรถคนลาวไม่ถูกกันด้วย
นี่อีก2คันกำลังโหลดขึ้น พวกเดียวกันกับคันแรก



ต้องจอดรอหน้าโรงงานที่ลงยางเต็ม กลุ่มรถจีน-ลาว แย่งกันลงของ - -

เดินหาที่ลงของนี่งัยช่องนึง ทำไมไม่ให้ลง
สรุปรถคนจีนมันได้ลงก่อนเพราะมันคือเจ้าถิ่น 555



เจ๊หมวยคนนี้หน้าที่คือชั่งน้ำหนักทั้งวันทั้งคืน

ใบเสร็จโอนเงินล้านกว่าหยวนหายไปกรูตายสถานเดียว
เช็คยอดเงินเข้าบัญชีของอีกบริษัทอันนี้เข้าตรงเป๊ะ



ต้องจ้างโดยเฉพาะมาผ่ายางเอาเชือกฟางนรกออก - -

นี่งัยลุงหมอนเอ็กซิมบอกแล้วว่าไม่ต้องมัดเชือกฟางมา
นี้ผมเองแรกๆคิดว่าไม่เท่าไหร่แกะซะหน้าดำเลย 555



นี่ล่ามแปลภาษาจีนเป็นลาวมีน้ำใจลงช่วยด้วยแต่ค่าจ้างเท่าเดิมเห็นมันบ่นๆ 

ไม่ใช่งานหมูๆแล้วมันเหนียวได้ใจดีจริงๆ
หมดปัญญาเอาลงต้องใช้โฟร์คลิฟท์ขึ้นเคลียร์



ตะขอเกียวลงทุนออกไปสั่งทำเลยนั่นหน่ะ
กองนี้เสร็จแล้วภูมิใจในตัวเองและทีมงานสำเร็จซักที
ยางอบไม่สุกต้องเข้าเครื่องดายน์ให้มันสุกอีกที


ยางเหนียวๆจากลาวมาถึงช่วงสุดท้ายเจออุดตันเข้าให้

ช่างเครื่องเอายางออกมายาวเป็นงูเลื่อยเลยเก่งจริงๆ
หาวิธีแก้ไขและจะได้ไม่ต้องแกะเอาพลาสติกปูหัวดีนะนี่


เปิดบัญชีในจีนโอนแบงค์กิ้งให้ทางบริษัทได้เลย
ใบจดน้ำหนักหลังอบแล้วขึ้นชั่งนี้แหละเนื้อยางชัวร์ๆ



                   














                       สุดท้ายนี้ ทางเรายินดีพาผู้ที่สนใจเดินทางศึกษางานถึงสถานที่จริง ก่อนการตัดสินใจในการลงทุน ตั้งแต่ตัวอย่างโรงงานผลิตยางเครพที่เวียงจันทน์ การรับซื้อยาง การผลิตยางให้ได้คุณภาพ การแนะนำเครื่องจักรกลที่มีมาตรฐาน การขนส่ง การเสียภาษีอากร เอกสารส่งออก การนำยางเข้าจีน ค่าโควต้านำเข้าจีน จนถึงปลายทางตลาดที่ขายเข้าโรงงาน ทุกขั้นตอน อยากทราบรายละเอียดข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ อีกติดต่อมาได้ที่.....

สามารถติดตามประวัติการทำงานบริษัทและราคาตลาดเซี่ยงไฮ้ SHFE ได้ที่ Facebook 
www.facebook.com/noel.kaham

ผู้แชร์ประสบการณ์จริง

N OK PLUS CO.,LTD.

Tel : 080 3883029

Line ID : nokrubberland

email : marketing.nokplus@gmail.com

email : oatrmx@hotmail.com